Get Adobe Flash player
G.S.P Store

List All Products
Your Shopping Cart



Your Cart is currently empty.

   


Best Seller Product
mod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_counter
mod_vvisit_counterToday89
mod_vvisit_counterYesterday140
mod_vvisit_counterThis week229
mod_vvisit_counterLast week1698
mod_vvisit_counterThis month5872
mod_vvisit_counterLast month9708
mod_vvisit_counterAll days711101

postheadericon เกร็ดน่ารู้เกี่ยวกับบ้าน

postheadericon 19 วิธีป้องกันบ้านร้อน

หากจะมีบ้านสักหลังที่ยืนหยัดต่อสู้กับแดด ลม ฝนมาเป็นระยะเวลากว่า 19 ปี เชื่อว่าบ้านหลังนั้นคงต้องได้รับการออกแบบจากสถาปนิกอย่างพิถีพิถัน ก่อสร้างด้วยวิศวกรที่เอาใจใส่มีการดูแลรักษาโดยเจ้าของบ้านด้วยหัวใจ เช่นเดียวกับบ้านของ H&D ที่รับใช้คุณผู้อ่านHome Feature ฉบับนี้จึงได้สรรหาสารพัดวิธีที่จะช่วยป้องกันบ้านจากความร้อนมาฝากกันจะเป็นอย่างไรนั้นขอเชิญติดตามกันโดยพลัน

วางตำแหน่งบ้านและห้องต้องดูทิศ
1.บ้านหรืออาคารควรออกแบบให้วางตัวขวางทางทิศเหนือใต้ เพราะหลังคาและผนังจะโดนแดดน้อยและสามารถรับลมได้มากกว่าวางตัวอาคารหันไปทางทิศอื่น2.ออกแบบแปลนบ้านแบบเปิดโล่ง(Open Plan)โดยการลดผนังที่ใช้กั้นห้องต่างๆ เช่นห้องนั่งเล่น ห้องโถง ห้องรับประทานอาหาร เพื่อช่วยให้บ้านมีการระบายอากาศที่ดี ลมที่ผ่านเข้ามาภายในบ้านจะไหลเวียนดีขึ้น บ้านก็จะร้อนน้อยลง3.ห้องที่มีการใช้งานน้อยเช่น ห้องเก็บของหรือโรงรถควรออกแบบให้ตั้งอยู่ในทิศตะวันตก เนื่องจากเป็นทิศที่ร้อนมากที่สุดของวัน เพื่อใช้เป็นแนวกันความร้อนให้กับบ้าน4. ที่จอดรถ ลานซักล้างหรือพื้นผิวที่เป็นคอนกรีตไม่ควรอยู่เหนือลม เพราะลมจะพัดเอาความร้อนที่สะสมอยู่ในพื้นคอนกรีตเข้าสู่บ้านป้องกันความร้อนจากภายนอกเข้าบ้าน
5.หลังคาเป็นพื้นที่ขนาดใหญ่และได้รับแสงตลอดทั้งวัน ไม่ควรมีสีเข้มเพราะสะสมความร้อน และควรมีความลาดชันประมาณ 50-60 องศาเพื่อช่วยบังแดดให้กับหลังคาอีกด้าน6.ผนังด้านใดของบ้านที่ได้รับแสงมากให้เลือกใช้วัสดุที่ไม่สะสมความร้อน อย่างอิฐมวลเบาหรือก่อผนังสองชั้นร่วมกับการใช้ฉนวนกันความร้อนที่ผนังก็จะช่วยป้องกันความร้อนได้มากขึ้น7.ผนังชนิดอื่นๆ เช่นผนังกระจกหรือหน้าต่างที่เป็นกระจกควรเลือกใช้กระจกชนิดฉนวนป้องกัน ความร้อน เช่นกระจกสีเขียวตัดแสงหรือกระจกสองชั้นซึ่งช่วยลดความร้อนที่เข้ามาในบ้านได้8.บ้านที่ออกแบบให้มีช่องแสงเพื่อประหยัดไฟ อย่าลืมว่าสิ่งที่มาพร้อมแสงแดดคือความร้อนดังนั้น ถ้าจำเป็นต้องมีช่องแสง ควรเจาะช่องแสงเพื่อรับแสงจากทางด้านทิศเหนือดีที่สุด จะได้แสงที่ไม่ร้อน9.ออกแบบผนังด้านที่ได้รับความร้อนมากให้มีแผงกันแดดหรือระแนงไม้เพื่อให้กันความร้อนจากแสงกระทบกับผนังบ้านโดยตรงระบายอากาศร้อนจากภายในออกสู่ภายนอก 10.อากาศร้อนที่ผ่านเข้ามาในบ้านส่วนหนึ่งจะสะสมอยู่ใต้หลังคาและระบายออกที่ชายคารอบบ้าน การเจาะช่องระบายอากาศที่ชายคาควรอยู่ตรงข้ามกันในทิศเหนือและใต้ เพราะมีลมพัดผ่านประจำ ไม่ควรเจาะทุกด้าน เพราะความร้อนจะระบายออกในช่องที่ใกล้สุด จึงไม่เกิดการไหลเวียนของอากาศใต้หลังคา11.เช่นเดียวกับการระบายความร้อนบนหลังคา ความร้อนที่เข้ามาในบ้านในระดับหน้าต่างก็ต้องมีการไหลเวียน ภายในห้องควรมีหน้าต่างอย่างน้อยสองด้านเพื่อให้ลมที่ผ่านเข้ามามีทางออก อย่าวางเฟอร์นิเจอร์หรือข้าวของบัง ทางลมอากาศในห้องจะมีการไหลเวียนเพิ่มขึ้นและช่วยลดความร้อนลงได้12.เพื่อควบคุมการระบายอากาศให้ดียิ่งขึ้น จะติดตั้งพัดลมดูดอากาศที่ฝ้าเพดานเพื่อช่วยระบายอากาศใต้ฝ้าก็ได้ ตำแหน่งการติดตั้งพัดลมควรอยู่ตรงกันข้ามกับจุดที่มีลมพัดเข้าบ้าน
เตรียมพื้นที่ในบ้านให้เหมาะสม
13.เลือกใช้เครื่องปรับอากาศให้เหมาะกับขนาดของห้อง ไม่ใหญ่หรือเล็กเกินไป เพื่อไม่ให้เครื่องปรับอากาศทำงานหนักและเป็นการสิ้นเปลืองพลังงานอีกด้วย14.การเลือกเฟอร์นิเจอร์ภายในบ้านก็มีผลต่อการสะสมความร้อน ควรเลือกเฟอร์นิเจอร์ที่เบา โปร่ง มีสีอ่อน เฟอร์นิเจอร์ที่หนาหนักนอกจากจะเก็บความร้อนแล้วยังสะสมฝุ่นละอองอีกด้วย15.ใช้เฟอร์นิเจอร์บิลท์อินป้องกันความร้อน เช่น ตู้เก็บหนังสือ ชั้นวางโทรทัศน์ ตู้โชว์ โดยออกแบบให้เป็นส่วนหนึ่งของผนัง เพื่อป้องกันความร้อนจากภายนอกที่ผ่านเข้ามาอีกชั้นหนึ่ง16.เลือกใช้ผนังเบาทำผนังภายในห้องปรับอากาศ จะช่วยลดความร้อนที่สะสมได้ดีกว่าผนังก่ออิฐฉาบปูน แต่กันเสียงได้ไม่ดีเท่าผนังก่ออิฐฉาบปูนปรับสภาพแวดล้อมรอบบ้านเพื่อป้องกันความร้อน
17.ปลูกต้นไม้ที่มีทรงพุ่มสูง เพื่อช่วยลดอุณหภูมิจากลมร้อนภายนอกที่พัดเข้ามาในบ้านและยังได้ร่มเงาในการป้องกันแดดให้กับบ้านได้อีกด้วย18.ปลูกพืชคลุมดินแทนการเทคอนกรีตในบริเวณบ้าน เช่นที่จอดรถ อาจจะเปลี่ยนมาใช้บล็อกตัวหนอนที่สามารถปลูกหญ้าสลับได้19.เปลี่ยนจากรั้วทึบเป็นรั้วโปร่ง เพื่อช่วยให้ลมสามารถพัดเข้าบ้านได้สะดวก แถมยังช่วยในเรื่องความปลอดภัยได้อีกด้วย บางส่วนของรั้วที่เป็นคอนกรีตให้ปลูกไม้เลื้อยเพื่อช่วยลดความร้อนที่รั้วบ้านที่มา http://www.interior4thai.com/?p=79#more-79
 

postheadericon เตรียมบ้านรับฤดูฝน

ฤดูฝนในประเทศไทย ซึ่งเป็นประเทศที่อยู่ในเขตมรสุม มีระยะเวลายาวนานกว่าฤดูกาลอื่นๆ คือกินเวลาถึง5 เดือน (ตั้งแต่ช่วงเดือนมิถุนายนจนถึงเดือนตุลาคม) สภาพอากาศโดยทั่วไปมีฝนตกชุก บางครั้งมีลมพายุแรง ซึ่งอาจทำให้น้ำฝนไหลย้อนเข้าใต้กระเบื้อง เป็นสาเหตุให้ฝนรั่วเข้าสู่ภายในบ้าน รวมทั้งอาจเกิดน้ำท่วมขังได้หาก การระบายน้ำไม่ดีพอ 


ดังนั้น การเตรียมบ้านเพื่อรับมือกับฤดูฝน ย่อมทำให้มั่นใจในความแข็งแรงและปลอดภัยของบ้านว่าจะสามารถผ่านพ้นฤดูฝนไปได้ด้วยดี ซึ่งกิจกรรมเหล่านั้นควรทำในช่วงฤดูหนาวและ ฤดูร้อนให้เสร็จเรียบร้อยเนื่องจากฤดูฝนเป็นช่วงเวลาที่งานก่อสร้างซ่อมแซมทำได้ไม่สะดวกเพราะฝนตกบ่อยๆ

 
การดูแลบ้านช่วงฤดูฝนจึงไม่มีงานที่เกี่ยวข้องกับการก่อสร้างของช่างมาก เพียงแต่สังเกตดูร่องรอยต่างๆ ที่ลมฝนมากระทำกับบ้าน และควรรอไว้แก้ไขในฤดูถัดไปเพื่อความสะดวกในการทำงานก่อสร้าง ยกเว้นกรณีเกิดเหตุฉุกเฉินซึ่งไม่สามารถรอซ่อมได้ เช่น ท่อน้ำรั่ว กระเบื้องมุงหลังคาแตกซึ่งทำให้น้ำฝนหยดทะลุฝ้าเพดานลงมาในห้อง เป็นต้น

Read more...

 

postheadericon วันนี้มีเกร็ดความรู้ของนิสัย 10 ข้อ ที่ทำร้ายสมองมาฝากกัน

1. ไม่ทานอาหารเช้า หลายคนคิดว่าไม่ทานอาหารเช้า แล้วจะทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดต่ำ แต่นี้จะเป็นสาเหตุให้สารอาหารไปเลี้ยงสมองไม่เพียงพอ ทำให้สมองเสื่อม 
2. กินอาหารมากเกินไป จะทำให้หลอดเลือดแดงในสมองแข็งตัว เป็นสาเหตุให้เกิดโรคความจำสั้น 
3. การสูบบุหรี่ เป็นสาเหตุให้เป็นโรคสมองฝ่อและเป็นสาเหตุของโรคอัลไซเมอร์ 

Read more...

 

postheadericon แมลง....ศัตรูในบ้าน

แมลง....ศัตรูในบ้าน

หลายๆบ้านต้องเคยประสบปัญหา แมลงที่ไม่พึงประสงค์ เข้ามาอยู่ร่วมชายคาเรา ทั้งๆที่เราไม่ต้องการ ไม่เคยเชื้อเชิญ จะไล่ก็หน้าด้านหน้าทนไม่ยอมไป จะฆ่าก็กลัวบาป เพราะต้องไปหาซื้อยาฆ่าแมลงมากำจัด แถมยังกลัวว่าสารเคมีที่กำจัดพวกแมลงไม่พึงประสงค์ อาจจะตกค้างที่บ้านเราทำให้ผู้อยู่อาศัยอาจเป็นอันตรายอีก วันนี้เรามีทางออกที่ win-win ด้วยกันทั้ง 2 ฝ่าย ทั้งคุณ ทั้งแมลง ไม่มีใครตาย ไม่มีใครเจ็บอย่างแน่นอน ถ้าแมลงยินยอมแต่โดยดีค่ะ

Read more...

 

postheadericon 9 ขั้นตอนที่ควรรู้ในการทาสีบ้านใหม่

การรักษาบ้านให้ดูใหม่อยู่เสมอไม่ใช่เรื่องยาก เพียงแต่รู้วิธีอย่างเช่น การเปลี่ยนสีสันของบ้านหรือเปลี่ยนเครื่องใช้เฟอร์นิเจอร์ ก็ทำให้บ้านดูสวยได้แล้ว   เรามีคำแนะนำ 9 ข้อที่น่ารู้ในการทาสีให้ดูสดใสโดดเด่น?

1. เตรียมงบประมาณ

อย่างแรกต้องคำนึงถึง เงิน ที่เราสามารถใช้จ่าย ว่าเรามีงบประมาณอยู่เท่าไหร่ซึ่งจะต้องรวมทั้งค่าสี ค่าช่างทาสี รวมถึงอุปกรณ์ต่าง ๆ

?

Read more...